site hit counter


ราคาสินค้า ณ วันที่

โฆษณาแนะนำสินค้า
ปิงปอง

การเลือกใช้ไม้เปล่า

อุปกรณ์ปิงปองในโลกนี้มีไม่ต่ำกว่า 100 ยี่ห้อ มีรุ่นและแบบต่างๆ ให้เลือกไม่ต่ำกว่า 1000 รุ่น แล้วเราจะเลือกกันอย่างไรดีละครับ?

ประเภทของไม้ปิงปอง

ไม้ปิงปองแบ่งออกตามลักษณะการจับ ดังนี้

1. การจับไม้แบบจับปากกา (แบบจีน)
 
 

ลักษณะการจับไม้ลักษณะนี้จะเป็นที่นิยมในแถบเอเซีย โดยเฉพาะในประเทศจีน การจับไม้ลักษณะแบบนี้จะช่วยให้การบุกด้านโฟร์แฮนด์ทำได้เต็มที่ ถึงแม้จะต้องฉากตัวตีในด้านแบ๊คแฮนด์ก็สดวกเพราะเอี้ยวตัวตีได้มากกว่า แต่จุดอ่อนของการจับไม้แบบนี้จะอยู่ที่ด้านแบ๊คแฮนด์ เพราะจะมีลักษณะการฝืนธรรมชาติในการตี แต่หากฝึกให้เกิดความชำนาญ โดยเฉพาะเริ่มตั้งแต่เด็กๆ แล้ว จุดอ่อนนี้จะหายไป และกลับกลายเป็นจุดแข็งเพราะการตีลูก Block ด้วยด้านแบ๊คแฮนด์นี้จะช่วยให้ลูกหยุดไม่พุ่งเข้าหาตัวคู่ตัวสู้ ทำให้คู่ต่อสู้ตียากยิ่งขึ้น

ปัจจุบันนี้ การจับไม้แบบไม้จีนนี้ นักกีฬารุ่นใหม่ของประเทศจีนได้มีการพัฒนาการตีลูก TOP SPIN โดยใช้หลังไม้จีนตี ซึ่งก็ปรากฏว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เพราะถือเป็นอาวุธลูกใหม่สำหรับผู้ที่ถนัดจับไม้จีน เพราะนอกเหนือจากการใช้ด้านโฟร์แฮนด์และแบ๊คแฮนด์ตีแล้ว ด้านหลังมือยังสามารถใช้ตีลูก TOP SPIN ได้อีกด้วย

ข้อสังเกตทั่วไปของไม้จีนก็คือ ขนาดของหน้าไม้จะใกล้เคียงกับไม้สากล แต่จะมีด้ามที่สั้นกว่า


2. การจับไม้แบบจับปากกา (แบบญี่ปุ่น)

สำหรับการจับไม้แบบญี่ปุ่นนี้ จะมีลักษณะเหมือนกับการจับไม้แบบปากกาแบบจีน จะมีส่วนแตกต่างอยู่ที่ลักษณะของไม้เปล่า คือ แบบญี่ปุ่นหน้าไม้จะเป็นลักษณะเหลี่ยมๆ และด้ามจับจะมีส่วนที่ด้ามที่สูงขึ้นมา และเท่าที่สังเกตุไม้แบบญี่ปุ่นจะมีความหนาที่หนากว่าไม้จีนทั่วไป

3. การจับไม้แบบสากล หรือ แบบ Shake hand


การจับไม้ลักษณะนี้จะเป็นที่นิยมทั่วโลก เพราะมีวิธีการจับที่ง่ายและสามารถใช้ได้ดีทั้งด้านโฟร์แฮนด์และแบ๊คแฮนด์ รวมถึงเคลื่อนไหวได้คล่องตัวกว่าไม้จีนและไม้ญี่ปุ่นมาก รวมถึงการสามารถที่จะเล่นลูกบุก ไม่ว่าจะเป็นการบุกด้วยลูก TOP SPIN หรือ ลูกตบ ได้ง่ายกว่าอีกด้วย

การจับไม้แบบต่างๆ ข้างต้น เป็นเพียงส่วนเริ่มต้นของการเรียนรู้ในการจับไม้ปิงปอง และไม่ว่าจะเป็นการจับไม้แบบใดๆ ก็ตาม ถึงปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นที่สรุปไม่ได้ว่า....การจับแบบไหนจะดีที่สุด เพราะการจับไม้ทั้ง 2 แบบนี้ มีนักกีฬาที่เป็นแชมป์โลกจับกันทั้ง 2 แบบทั้งสิ้น หากการจับไม้แบบจีนดีจริง นักกีฬาจีนคงจับไม้แบบจีนกันไปหมด แต่ปัจจุบันนักกีฬาจีนทั้งชายและหญิงก็จับไม้แบบสากลลงแข่งขันและเป็นแชมป์โลกและแชมป์โอลิมปิคทั้งสิ้น การฝึกซ้อมอย่างถูกต้อง สม่ำเสมอ เป็นระบบ ตลอดจนการเข้าร่วมแข่งขันบ่อยๆ และนำข้อบกพร่องจากการแข่งขันกลับมาแก้ไข จึงสำคัญกว่าการจะเลือกจับไม้แบบไหนถึงจะดีที่สุด


ลักษณะของไม้แบบแปลก ๆ 

ไม้ที่มีรูปร่างลักษณะต่างๆ แบบนี้ ถามว่า....สามารถแข่งขันได้หรือไม่? คำตอบคือ....ใช้แข่งขันได้ครับ เพราะกติการะบุไว้ว่า ไม้ปิงปองจะมีรูปร่างและขนาดเท่าใดก็ได้
 



ไม้รูปร่างหน้าตาประหลาดๆ นี้ บางอันบางคนคงจะเคยเห็นนักกีฬาระดับโลกเขาเอาลงแข่งขันและก็ยังสามารถเล่นได้ดีด้วย ซึ่งนักกีฬาคนนั้นคงจะซ้อมจนเกิดความเคยชินและเกิดความชำนาญมาแล้ว และปัจจุบันนี้บริษัทๆ ต่างๆ ก็ได้คิดค้นไม้ที่มีรูปร่างและทรวดทรงที่แตกต่างๆ กันไป ขึ้นอยู่กับ concept และการคิดค้นของบริษัทฯ ผู้ผลิตต่างๆ ว่า รูปร่างแบบไหนจึงจะเล่นได้ดีที่สุด? ซึ่งก็คงจะไม่สามารถหาคำตอบได้อีกเช่นกันว่ารูปร่างแบบไหนจะเล่นได้ดีกว่ากัน แต่ที่สรุปได้แน่นอนกว่าก็คือ การฝึกซ้อมที่ดี และ ส่วนประกอบอื่นๆ จะเป็นสิ่งที่จะช่วยพัฒนาฝีมือได้ดีกว่าการเลือกใช้อุปกรณ์ที่แพงหรือต้องมียี่ห้อที่ดังแน่นอน

ลักษณะของด้ามจับแบบไม้สากลแบบต่างๆ
ด้ามจับของไม้สากลจะมีการผลิตให้มีด้ามที่ไม่เหมือนกัน บางอันจะเป็นลักษณะด้ามตรงๆ บางอันจะมีลักษณะคล้ายหางปลา หรือบางอันจะมีลักษณะเรียวๆ จึงขึ้นอยู่กับนักกีฬาว่าถนัดด้ามแบบไหน ฉะนั้นก่อนเลือกซื้อไม้เปล่าควรจะลองจับด้วยมือของตนเองเสียก่อนว่าถนัดหรือกระชับมือเราหรือไม่
 
 
 



ส่วนที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งในการเลือกใช้ไม้เปล่าก็คือ...ความหนาของชั้นไม้
 
 

ความหนาของชั้นไม้จะเป็นตัวกำหนดว่าไม้ดังกล่าวมีคุณบัติเช่นใด ซึ่งโดยทั่วๆ ไปจะกำหนดคุณสมบัติความหนาของชั้นไม้ไว้ดังนี้

1. ไม้บุก ควรจะมีความหนาของชั้นไม้ตั้งแต่ 7 ชั้นขึ้นไป เพราะหากชั้นไม้เยอะ จะทำให้เกิดความหนาแน่นของชั้นไม้มาก ส่งผลให้ลูกกระดอนออกไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

2. ไม้ทั้งรับและบุก ควรจะมีความหนาของชั้นไม้ 5 ชั้น

3. ไม้รับ ควรจะมีความหนาของชั้นไม้ที่ไม่มาก เพราะจะช่วยลดความรุนแรงและควบคุมลูกได้ดียิ่งขึ้น

การเลือกซื้อไม้เปล่าจึงควรเลือกโดยพิจารณาว่าสไตล์การเล่นหรือรูปแบบการเล่นของเราเป็นสไตล์การเล่นแบบใดเสียก่อน จึงค่อยเลือกใช้ไม้ให้เหมาะกับสไตล์การเล่นของเรา ตัวอย่าง หากเราเล่นสไตล์บุกที่รวดเร็ว แต่ไปใช้ไม้เปล่าประเภทสไตล์รับหรือไม้รับมาใช้ ก็จะทำให้ประสิทธิภาพการเล่นของเราลดน้อยลงไป ฯลฯ

 
ไม้เปล่าประเภทสอดไส้
 
 
ปัจจุบันบริษัทฯ ต่างๆ ได้พัฒนาไม้เปล่าให้มีวัสดุต่างๆ ที่นำมาประยุกต์ใช้ในการผลิตไม้ปิงปองมากมาย เช่น นำแผ่นคาร์บอน , ไฟเบอร์กลาส ตลอดจนใยเหล็ก หรือ ไทเทเนี่ยม หรือบางครั้งก็เป็นวัสดุประเภทกระดาษอัดมาแทนชั้นไม้ของไม้เปล่า จากนั้นก็ตั้งชื่อให้ดูหรูๆ หรือดูทันสมัยขึ้น การพัฒนาต่างๆ เหล่านี้ส่วนหนึ่งก็เพื่อต้องการให้สินค้าขายได้ดี รวมถึงขายได้ราคาที่สูงขึ้น ซึ่งคุณสมบัติของวัสดุที่นำมาเสริมต่างๆ เหล่านี้ กติการะบุให้ต้องเป็นไม้ธรรมชาติ 85% และวัสดุอื่นๆ ที่ไม่ใช่ธรรมชาติไม่เกิน 15%

การที่จะตัดสินใจเลือกซื้อไม้เปล่าลักษณะที่เป็นเนื้อไม้ธรรมชาติล้วนและเนื้อไม้ที่มีส่วนผสมของวัสดุต่างๆ ว่า จะเลือกซื้อแบบไหนดีกว่ากัน จึงขึ้นอยู่กับงบประมาณที่มีอยู่ของท่านว่ามีมากน้อยเพียงใด เพราะไม้ธรรมชาติจะมีราคาที่ถูก ส่วนไม้ที่มีวัสดุเสริมต่างๆ จะมีราคาที่แพงกว่ามาก การที่เลือกซื้ออุปกรณ์ที่มีราคาแพงๆ หรือมียี่ห้อดังๆ มีนักกีฬาระดับโลกใช้ จึงไม่ใช่วิธีการเลือกซื้อที่ถูกต้องนัก เพราะหากเราใช้ยี่ห้อดังๆ หรือสินค้าแพงๆ ก็ใช่ว่าจะช่วยให้เราเล่นปิงปองได้ดีขึ้นหรือเล่นได้เก่งแบบนักกีฬาเหล่านั้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นการทำการตลาดเพื่อให้สินค้าขายได้มากยิ่งขึ้น การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับสไตล์การเล่นของเรา งบประมาณของเราที่มีอยู่ จึงเป็นแนวทางการเลือกซื้ออุปกรณ์ที่ดีที่สุดครับ
 
 




  
© 2014 All Rights Reserved
Powered by
www.thaitabletennis.com